คุกกี้เสี่ยงทาย

ในช่วงปีที่ผ่านมานี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเพลงสุดฮิตติดกระแสอย่างเพลง ‘คุกกี้เสี่ยงทาย’ ของศิลปินกลุ่มสาวๆสุดน่ารักอย่าง BNK48 แต่ทุกท่านเคยรู้กันไหมว่า คุกกี้เสี่ยงทายนั้นคืออะไร มาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ในเพลงนี้ได้ วันนี้เราจะมาอธิบายให้ได้ทราบกัน

คุกกี้เสี่ยงทาย เป็นขนมประเภทหนึ่ง เป็นแป้งบางๆ คล้ายกับขนมเบื้องบ้านเรา ห่อเป็นรูปทรงคล้ายๆกับพระจันทร์เสี้ยว ใส่กระดาษชิ้นเล็กๆซึ่งจะมีคำทำนาย คำอวยพร หรือหมายเลขนำโชคไว้ข้างใน ข้อความต่างๆที่อยู่ในคุกกี้จะเป็นคำที่มีความหมายดี

คุกกี้เสี่ยงทายมักจะถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมกับน้ำชาถ้วยเล็กๆและผลส้มฝานบางๆ ในภัตตาคารจีน เวลาคิดเงิน

เมื่อท่านกัดหรือหักแผ่นคุกกี้ให้แตกออก จะเจอกับแผ่นกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในคุกกี้เสี่ยงทายแต่ละอัน คุกกี้เสี่ยงทายนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะมันมีความสนุกอยู่ที่การมาลุ้นว่าข้างในคุกกี้นั้นจะมีคำอะไรเขียนไว้ ทั้งนี้ บางท่านอาจจะสงสัยว่าคุกกี้เสี่ยงทายนั้นไม่ได้มาจากประเทศญี่ปุ่นหรืออย่างไร

อ้างอิงจากเจ้าของเฟสบุ๊กชื่อคุณ Nut Kun นัทคุง ได้พูดถึง คุกกี้เสี่ยงทายว่า “คือ ที่ผ่านมา ผมนึกว่า Fortune Cookie เนี่ย เป็นกิมมิคที่มีจุดกำเนิดในร้านอาหารจีนในอเมริกามาโดยตลอด แต่พอได้อ่านบทความนี้ “China Doesn’t Understand the Concept of American Chinese Food” ซึ่งเกียวกับเรื่องร้านอาหารจีนสไตล์อเมริกัน ไปเปิดในเซี่ยงไฮ้เมื่อสองปีก่อน ชื่อร้าน Fortune Cookie (และก็ปิดตัวไปแล้ว) แต่ในบทความมีพูดถึง Fortune Cookie ว่าเป็นสิ่งที่ตลาดคนจีนไม่รู้จัก และมีต้นกำเนิดในญี่ปุ่น และได้พบว่าพบว่า ที่ญี่ปุ่นมีขนมเซมเบ้ชื่อ ซึจิอุระเซมเบ้ ขายแถวคานาซาว่าและเกียวโต ข้างในมีคำทำนายแบบโอมิคุจิอยู่

(ข้อมูลเพิ่มเติม : ย้อนกลับศตวรรษที่ 19 คุกกี้ที่มีลักษณะคล้ายกับคุกกี้โชคลาภถูกสร้างขึ้นในเมืองเกียวโตประเทศญี่ปุ่น คุกกี้ของญี่ปุ่นมีรูปแบบแตกต่างกันไปในหลายรูปแบบ มีขนาดเล็กนิดหน่อย ทำจากแป้งสีเข้ม แป้งของพวกเขาประกอบด้วยงาและมิโซะมากกว่าวานิลลาและเนย พร้อมใส่กระดาษใบเล็กๆ โค้งงอไว้ในส่วนที่เป็นกลวงของคุกกี้ ที่มาข้อมูล Tsujiura  )

ต่อมาก็มีชาวญี่ปุ่นเอาเข้าไปเสิร์ฟในร้านชาญี่ปุ่นในซานฟรานซิสโก ช่วงต่อยุค 1900 เลยน่าจะเป็นกำเนิด Fortune Cookie ในอเมเริกา แต่ก็มีคนอื่นแย่งกันเคลมอีกว่าเป็นคนคิดค้นขึ้นมา แต่ที่อิมเมจของ Fortune Cookie ติดกับร้านอาหารจีน เพราะช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวญี่ปุ่นในอเมริกาถูกพาไปเข้าค่ายกักกันเพราะป้องกันความเสี่ยงเรื่องเป็นไส้ศึก ทำให้คนจีนในอเมริกามาครองตลาดตรงนี้ไปแทน”